บริการล้างแอร์พร้อมฆ่าเชื้อโรค

บริการล้างแอร์พร้อมฆ่าเชื้อโรคจากผู้เชี่ยวชาญ “ดี ไฮจีนิค” อันดับ 1 ให้การล้างแอร์พรีเมียมกว่าที่เคย ถึงจะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างคุณหมอ แต่หลายครั้งที่พบว่าการล้างแอร์เชื่อมโยงกับสุขภาพของลูกค้าโดยตรง เพราะคอยล์เย็นที่สะอาดช่วยลด PM 2.5 เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ในห้องได้มากกว่า 90 % พร้อมทั้งคืนประสิทธิภาพการทำความเย็น ทำให้คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานหนัก ช่วยประหยัดไฟได้เฉลี่ย 10–15 % ในบิลถัดไป ดังนั้นคุณจึงได้ทั้งอากาศบริสุทธิ์และประหยัดค่าใช้จ่ายในคราวเดียว

สิ่งที่เราแตกต่างจากคนอื่น

พรีเมียม

ล้างเชิงลึกด้วยเครื่องแรงดันสูง แยกชิ้นส่วนคอยล์ โบลเวอร์ทุกจุด + เคลือบสาร Hydrophilic ลดการเกาะฝุ่น ยืดอายุแอร์และช่วยประหยัดไฟได้ 10-15 % ดูแลทุกซอกมุม

เชี่ยวชาญ

ทีมช่างได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO และอบรม WHO Infection Control ใช้กล้องส่องคอยล์ก่อน-หลังล้างเพื่อยืนยันความสะอาด โปร่งใสตรวจสอบได้

ปลอดภัย

น้ำยา ฆ่าเชื้อ 99.99 % ไม่มี VOCs และกลิ่นฉุน กลับเข้าใช้ห้องได้ภายใน 30 นาที เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง

ไม่มีกลิ่น

ขจัดเชื้อรา-แบคทีเรียต้นเหตุกลิ่นอับ คืนอากาศสดชื่น ค่า PM 2.5 ภายในห้องลดลงมากกว่า 90 % ลดอาการภูมิแพ้และอาการหอบหืดตั้งแต่ครั้งแรกที่ล้าง

ปัญหาหลักทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่จะไม่ล้างแอร์จนกว่าแอร์จะมีน้ำรั่ว หรือแอร์ไม่เย็นจริงๆ การไม่ล้างแอร์ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้ ข้อนี้ถือเป็นภัยร้ายแรงที่สุดที่แอบแฝงมากับการละเลยในการล้างแอร์ นอกจากในฝุ่นละอองจะมีเชื้อโรคที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว ในแอร์ยังมีความชื้นที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราต่างๆ เมื่อฝุ่นละอองกับเชื้อโรคเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาปะปนอยู่ในอากาศภายในห้อง เบื้องต้นจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับ และถ้าหากหายใจเอาเชื้อโรคเหล่านี้เข้าไปในร่างกายจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้

การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแอร์ตามรอบทุก 3–6 เดือนจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย เพราะนอกจากจะลดปริมาณเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้ในอากาศได้กว่า 90 % แล้ว ยังช่วยให้ครีบระบายความร้อนทำงานเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ตัดเร็วขึ้น ประหยัดค่าไฟเฉลี่ย 10–15 % ต่อเดือน และยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศให้ยาวนานขึ้นหลายปี คุ้มค่ากว่าการรอให้แอร์เสียแล้วค่อยซ่อมอย่างเห็นได้ชัด

ประเภทแอร์

            แอร์ติดผนัง                                       แอร์ 4 ทิศทาง                             แอร์เปลือยฝังเพดาน                                   แอร์ตั้งแขวน                                        แอร์เคลื่อนที่

ภาพผลงานการบริการล้างแอร์พร้อมฆ่าเชื้อโรค

บริการล้างแอร์พร้อมฆ่าเชื้อโรค

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่เหล่าลูกค้าของเรามักถามกันเป็นส่วนใหญ่ 🙂

5 ประเภท

  1. แอร์ติดผนัง
  2. แอร์ 4 ทิศทาง
  3. แอร์เปลือย
  4. แอร์ตั้งแขวน
  5. แอร์เคลื่อนที่

ส่วนใหญ่กลิ่นเหม็นอับที่แอร์เกิดจากเชื้อราสะสม ต้องทำการล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังจากนั้นควรทำให้แห้งที่สุด และงดใช้งานประมาณ 1 สัปดาห์
เชื้อราเกิดในแผ่นกรองเล็กที่ไม่สามารถล้างน้ำได้ หรือท่อน้ำทิ้ง แนะนำว่าควรเปลี่ยนใหม่ เพราะนี่เป็นจุดเล็กๆ ที่แก้ปัญหาได้ยากเลยทีเดียว

แนะนำให้ล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน โดยเมื่อใช้งานผ่านไป 3 – 6 เดือน สังเกตได้ว่าพัดลมแอร์จะเริ่มมีฝุ่นเกาะหนาจนทำให้ลมไม่สามารถออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นการล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการล้างแอร์ที่สุด ทว่าบางบ้านอาจรู้สึกว่าเพิ่งล้างแอร์ไปไม่กี่เดือนแต่แอร์เริ่มไม่เย็นแล้ว ซึ่งปัจจัยในการล้างแอร์บ่อยครั้งแค่ไหน สามารถพิจารณาจากการใช้งาน ดังนี้

ความถี่และระยะเวลาในการเปิดใช้งาน

เมื่อเปิดใช้งานแอร์ตลอดทั้งวันเป็นประจำทุกวัน ในขณะที่แอร์กำลังทำงานอยู่จะมีการดูดอากาศเข้าไปภายในตัวเครื่อง เพื่อหมุนเวียนและปล่อยลมเย็นออกมา ทำให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปเกาะภายในเครื่องได้ ส่งผลทำให้ตัวเครื่องระบายความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ตำแหน่งที่อยู่อาศัย

หากที่อยู่อาศัยติดถนนหรือใกล้สิ่งปลูกสร้าง จำเป็นต้องล้างแอร์บ่อยครั้ง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีฝุ่นละอองค่อนข้างเยอะ แนะนำล้างแอร์ทุก 2-3 เดือน โดยสังเกตจากด้านหลังของคอยล์ร้อนถ้าเริ่มมีฝุ่นจับมากควรล้างทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอุดตัน

แนะนำ :

คุณสามารถล้างแอร์บ้านด้วยตัวเองง่าย ๆ โดยการถอดแผ่นกรองอากาศด้านหน้ามาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า (ควรทำให้แห้งก่อนนำไปใส่) แนะนำทำอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพราะการรักษาแผ่นกรองให้สะอาดอยู่เสมอ ช่วยทำให้การกระจายลมเย็นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงาน และช่วยยืดอายุการใช้งาน

-แกนใบพัดแตกร้าว อาจเกิดจากการใช้งานหนัก

– ใบพัดเสียศูนย์ อาจเกิดได้จากการ แผ่นถ่วงหลุดหาย แกนใบพัดบิดงอ หรือมีฝุ่นเกาะเยอะเกินไปจนทำให้การเหวี่ยงของใบพัดเสียศูนย์ ซึ่งอาจทำให้ใบพัดเสียหายในภายหลังได้

– ตลับลูกปืนเสื่อม ใช้งานกับมอเตอร์เป็นตัวช่วยลดแรงเสียดทานในการหมุน ซึ่งหากเสื่อมสภาพประสิทธิภาพในการลดแรงเสียดทานของตัวมอเตอร์จะลดลง ส่งผลให้มีเสียงดังตามจังหวะของมอเตอร์นั่นเอง

– น้ำยาแอร์มาก-น้อยเกินไป จะมีเสียงคล้ายแก๊สรั่ว

เกิดจากแอร์สกปรก ท่อน้ำทิ้งตันจนไม่สามารถระบายได้ทำให้น้ำหยดลงมา

ไม่เห็นคำถามที่คุณกำลังมองหาใช่ไหม ? สอบถามเพิ่มเติม

บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

บริการกำจัดยุงและหนู ด้วย AI

บริการขัดพื้นทำความสะอาดโรงจอดรถพร้อมฆ่าเชื้อโรค

บริการขัดพื้นทำความสะอาดโรงจอดรถพร้อมฆ่าเชื้อโรค

Scroll to Top