บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคพรม

หนึ่งในผู้นำระดับโลกในด้านระบบการทำซานิไทส์ซิ่ง [Sanitizing] พรม ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติ เป็นระบบที่ผ่านการศึกษาวิจัยค้นคว้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ของบริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้วยระบบการทำงานของแปรงที่หมุนเป็นวงล้อ ที่สามารถสลับเปลี่ยนการหมุนไปได้ในหลายทิศทาง จึงทำให้คราบสกปรกต่างๆ ที่ซ่อนและฝังอยู่ด้านในของพรมนั้นหลุดออกมาได้

- 01

แห้ง 100%

ไม่เพิ่มความชื้นในอากาศและพื้นผิว ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากยุโรปที่ใช้เทคนิคการฆ่าเชื้อโรคแบบแห้ง ทั้งหมดล้วนคัดสรรมาเพื่อผลลัพธ์การทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

- 02

สะดวก 100%

สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

- 03

ปลอดภัย 100%

น้ำยาฆ่าเชื้อโรคของเราไม่มีส่วนผสมของสารเคมี จึงมั่นใจได้ว่าในการทำความสะอาดของเรานั้นปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง

- 04

ถูกสุขอนามัย 100%

รับรองความปลอดภัยและสุขอนามัย

ภาพรวมระดับโลก

บริการอันดับ 1 ของประเทศไทย

ทำไมถึงต้องเลือกบริการจาก ดีไฮจีนิค

เราเลือกใช้ต้นแบบเครื่องมือในการซานิไทส์ซิ่งและฆ่าเชื้อโรค ซึ่งถูกออกแบบและจดสิทธิบัตรที่ประเทศเยอรมนีในปี พศ.2532 ได้รับการยอมรับโดยผู้ใช้ระบบนี้ในมากกว่า 16 ประเทศทั่วโลก และมากกว่า 5,000 ระบบ

ได้รับการรับรองและเชื่อถือในวงกว้างจากวารสารนิตยสารนานาชาติ และได้รับการพิสูจน์แล้วจากห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นระบบการซานิไทส์และฆ่าเชื้อโรคที่นอนเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลและใบเกียรติคุณจาก ECARF (European Center For Allergy Research Foundation)

เป็นที่รับรู้โดยผ่านการรับชมในรายการโทรทัศน์ในหลายๆ ประเทศสำหรับผลลัพธ์ของการซานิไทส์ และฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในที่พักอาศัยและโรงแรมชั้นนำทั่วโลก

ขั้นตอนและกระบวนการ

กระบวนการในการฆ่าเชื้อโรคและซานิไทส์เซชั่นพรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

01.

ขั้นตอนการแปรง

ด้วยระบบการทำงานของแปรงที่หมุนเป็นวงล้อ ซึ่งสามารถสลับเปลี่ยนการหมุนไปได้ในหลายทิศทาง จึงทำให้คราบสกปรกต่างๆ ที่ซ่อนและฝังอยู่ด้านในของพรมนั้น หลุดออกมาได้

02.

ขั้นตอนในการทำความสะอาด

การโรยส่วนผสมของผงทำความสะอาดบนพรม ที่มีประสิทธิภาพในการซานิไทส์พื้นผิวที่เป็นพรม ทำให้ร่องรอยหรือคราบของสิ่งสกปรกที่อยู่ในพรมนั้นจางหายไปได้

03.

ขั้นตอนในการเก็บสิ่งสกปรก

ผงคอมพราวน์ทำความสะอาดสามารถซึมซับสิ่งสกปรกไว้ในตัว และขจัดออกจากพรม ด้วยแปรงชนิดพิเศษ

04.

ขั้นตอนในการฆ่าเชื้อโรค

ในขั้นตอนสุดท้ายของระบบการซานิไทส์ อันเป็นกระบวนการลบล้างและดูดซับกลิ่นเหม็นฝังลึกอันเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัสสาวะ, อาเจียน, เชื้อรา / โรคราน้ำค้าง, มูลไรฝุ่น, ขยะและอื่นๆ โดยใช้ควบคู่กับสเปรย์โปเตม่า® ที่ได้รับสิทธิบัตรและการยอมรับในระดับสากล ฉีดลงบนพื้นผิว เพื่อฆ่าเชื้อโรคพร้อมยับยั้งการเจริญเติบโตของไรฝุ่น เชื้อโรค แบคทีเรีย ที่ต่อเนื่องและยาวนาน 2-3 เดือน

ความคิดเห็นจากลูกค้า

ลูกค้าของเราใช้บริการทำความสะอาดพรมและแสดงความคิดเห็นกับเรา 🙂

ใช้บริการทำความสะอาดพรม และทำความสะอาดผ้าม่าน ประทับใจในความสะอาดและรวดเร็วของทีมงาน
กนกกร คลังสมบัติ
Budgeting Manager
ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าคิดนานมากว่าจะมาพูดดีไหม แต่ในฐานะผู้รับบริการแล้ว การได้อ่านรีวิวหรือได้ข้อแนะนำในการใช้บริการจากสื่อออนไลน์ ถือว่ามีประโยชน์มาก ๆ ค่ะ
กวิสรา ฝอยทอง
Business Analyst
พนักงานมารยาทดี ทำงานเรียบร้อยดีมากๆ​ ค่ะ เก็บงานเรียบร้อย​ สะอาดถูกใจเลยค่ะ จะแนะนำ​เพื่อนๆ​ บอกต่อๆ​ ค่ะ​ ถูกใจ
กณิศา สังข์รอด
Audio Video Engineer
สุดยอด..ให้เต็มห้าดาวเลย
นายสุริยา เมากาวิน
Billing Officer

ภาพผลงานการบริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคพรม

หลัง
ก่อน

ก่อนและหลังทำความสะอาด

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่เหล่าลูกค้าของเรามักถามกันเป็นส่วนใหญ่ 🙂

โดยปกติจะแห้ง 100% ทันทีหลังให้บริการเสร็จสิ้น หรืออาจใช้เวลาในการแห้ง 10-15 นาทีในบางกรณีที่พรมนั้นมีคราบสะสมฝังลึกแน่นมานาน จึงจำเป็นต้องเน้นการทำความสะอาดตรงจุดมากกว่า 1 ครั้ง

เทคโนโลยีที่ทันสมัย

แทนที่จะใช้น้ำปริมาณมากและสารเคมีในการทำความสะอาดพรม ดีไฮจีนิค ใช้ระบบแปรงหมุนวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคพรมของคุณได้อย่างมีประสิทธ์ภาพและเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สารประกอบคล้ายฟองน้ำจะถูกแปรงเข้าไปในพรมโดยใช้เครื่องทำความสะอาดพรม สารประกอบที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจะทำความสะอาดพรมโดยดูดซับสิ่งสกปรกภายในพรม และลบรอยเปื้อนอย่างทั่วถึงโดยไม่ทิ้งคราบใดๆ

เรายินดีที่จะย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักเบาก่อนที่จะเริ่มกระบวนการทำความสะอาดพรม จากที่กล่าวมาเราจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยเราจะไม่เคลื่อนย้ายของหนัก ๆหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการย้ายของนั้นๆ

สามารถขจัดคราบได้ทุกประเภทโดยสิ่งที่ว่าสามารถเอาออกได้ 100%หรือไม่นั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของคราบ,ประเภทของคราบสกปรก, อายุของคราบ เป็นต้น ซึ่งหากกรณีที่คราบหนักติดมานานหลายปี ก็อาจจะสามารถเอาออกได้ประมาณ 70-80% เท่านั้น

ขึ้นอยู่กับการใช้งานพรม ส่วนใหญ่ควรทำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 2ครั้ง เพื่อรักษาความสะอาด และฆ่าเชื้อโรค รวมถึงการกำจัดกลิ่นอับสะสม แต่หากมีการใช้งานเป็นประจำ จำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อยขึ้นเพื่อรองรับต่อการใช้งานในสถานที่นั้นๆ

ไม่เห็นคำถามที่คุณกำลังมองหาใช่ไหม ? สอบถามเพิ่มเติม

Scroll to Top