พรมสะอาดบ้านปลอดภัย ความสำคัญของการทำความสะอาดพรมอย่างถูกวิธี

พรมเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสวยงาม ความอบอุ่น และความนุ่มสบายให้กับบ้านหรือสำนักงาน แต่สิ่งที่หลายคนมองข้าม พรมคือแหล่งสะสมฝุ่น ไรฝุ่น และเชื้อโรค ที่มากกว่าที่ตาเรามองเห็น หากปล่อยไว้นานโดยไม่ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี อาจเป็นตัวการกระตุ้นโรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือแม้กระทั่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรียและเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สิ่งสกปรกที่ซ่อนอยู่ในพรม
  • ฝุ่นละอองและเศษผงฝุ่นจากอากาศ เศษดิน หรือทรายที่ติดมากับรองเท้า
  • ไรฝุ่น (Dust Mites) แมลงจิ๋วที่กินเศษผิวหนังของมนุษย์และสัตว์เป็นอาหาร มูลของมันเป็นสารก่อภูมิแพ้
  • คราบสกปรกและคราบน้ำ จากอาหาร เครื่องดื่ม หรือของเหลวที่หก ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อรา
  • ขนสัตว์และสะเก็ดผิวหนัง จากสัตว์เลี้ยง ทำให้เกิดกลิ่นอับและเพิ่มความเสี่ยงต่อภูมิแพ้แบคทีเรียและไวรัส โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนเดินผ่านมาก หรือในสำนักงาน
ทำไมการดูดฝุ่นอย่างเดียวไม่พอ
แม้จะดูดฝุ่นเป็นประจำ แต่เส้นใยพรมมีความหนาและซับซ้อน ทำให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกเล็กๆ แทรกตัวลึกลงไปด้านใน การดูดฝุ่นเพียงอย่างเดียวกำจัดได้เพียง 60–70% ของสิ่งสกปรกเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังคงสะสมอยู่และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว
อันตรายจากการไม่ทำความสะอาดพรม
การปล่อยให้พรมสกปรกสะสมฝุ่น คราบ และความชื้น ไม่เพียงทำให้พรมดูเก่าเร็วขึ้น แต่ยังซ่อนอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในบ้าน ดังนี้
1.กระตุ้นโรคภูมิแพ้และหอบหืด
ฝุ่นละออง ไรฝุ่น และมูลของมันสามารถกระตุ้นอาการจาม คันตา น้ำมูกไหล หรือแม้แต่ทำให้ผู้ป่วยหอบหืดมีอาการรุนแรงขึ้น
2.เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อโรค
พรมที่ไม่ได้ทำความสะอาดอาจเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย เช่น E. coli หรือ Salmonella ซึ่งสามารถติดมากับรองเท้า หรือของเหลวที่หกลงไป
3.เกิดเชื้อราและกลิ่นอับ
ความชื้นจากน้ำหรือคราบของเหลวที่ไม่ถูกซับและทำให้แห้งอย่างถูกวิธี จะทำให้เกิดเชื้อราภายในเส้นใยพรม ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและสร้างกลิ่นอับรุนแรง
4.ดึงดูดแมลงและสัตว์ไม่พึงประสงค์
เศษอาหารหรือคราบที่ตกค้างสามารถดึงดูดมด แมลงสาบ หรือแม้แต่หนู เข้ามาในบ้าน
5.ทำให้คุณภาพอากาศภายในบ้านแย่ลง
ฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้จากพรมสามารถฟุ้งกระจายทุกครั้งที่มีการเดินเหยียบ ส่งผลให้คุณภาพอากาศลดลงอย่างต่อเนื่อง
6.ทำให้พรมเสื่อมสภาพเร็ว
สิ่งสกปรกที่สะสมจะค่อยๆ ขัดเส้นใยพรมให้สึกหรอ ทำให้พรมดูหมอง แข็งกระด้าง และขาดง่าย
e053676773d02b4104417047cdb5504c
วิธีดูแลและทำความสะอาดพรมอย่างถูกต้อง
  1. ดูดฝุ่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกฝังลึก
  2. ทำความสะอาดคราบทันที ใช้ผ้าซับ ไม่ถูแรง เพื่อไม่ให้คราบซึมลึก
  3. หมุนหรือสลับตำแหน่งพรม เพื่อให้สึกหรออย่างสม่ำเสมอ และลดการกดทับจากการเดินซ้ำจุดเดิม
  4. ใช้บริการทำความสะอาดพรมเชิงลึก (Deep Cleaning) ควรทำทุก 6–12 เดือน เพื่อขจัดไรฝุ่น แบคทีเรีย และคราบสะสมที่มองไม่เห็น
  5. หลีกเลี่ยงความชื้นสะสม เพราะความชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี
ประโยชน์ของการทำความสะอาดพรมอย่างสม่ำเสมอ
  •  ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจ
  • ยืดอายุการใช้งานของพรม
  • ทำให้พรมดูสวยและสดใหม่อยู่เสมอ
  • ลดกลิ่นอับในบ้านหรือออฟฟิศ
  • สร้างบรรยากาศที่สะอาดและปลอดภัยต่อทุกคน
ทำไมควรเลือกบริการจากผู้เชี่ยวชาญ
การทำความสะอาดพรมเชิงลึกต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ น้ำยาที่ปลอดภัยต่อเส้นใยพรม และเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อให้สะอาดลึกถึงใยพรมโดยไม่ทำลายเนื้อผ้า De Hygienique
ใช้นวัตกรรมเครื่องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อระดับพรีเมียม พร้อมทีมงานที่มีประสบการณ์ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าพรมของคุณสะอาด ปลอดภัย และดูเหมือนใหม่

1.ขั้นตอนการเก็บสิ่งสกปรก

ด้วยระบบการทำงานของเครื่องเก็บฝุ่นระบบน้ำ ที่มีคุณสมบัติในการกักเก็บฝุ่่นไว้ในน้ำไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย เพื่่อทำการเก็บสิ่งสกปรก เศษอาหาร เศษดิน หรือไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในพรมได้อย่างลึกซึ้ง

2. ขั้นตอนในการซักทำความสะอาดพรม

การโรยส่วนผสมของผงคอมพาวน์ทำความสะอาดบนพรม ที่มีประสิทธิภาพในการซานิไทส์พื้นผิวพรม ทำให้ร่องรอยหรือคราบของสิ่งสกปรกที่อยู่บนพรมนั้นจางหายไปได้ เป็นวิธีซักพรมเพื่อกำจัดเซื้อโรคอย่างหมดจด

3.ขั้นตอนในการฟื้นฟูและขจัดคราบ

ผงคอมพาวน์ทำความสะอาดสามารถซึมซับสิ่งสกปรกไว้ในตัว และขจัดออกจากพรม ด้วยแปรงชนิดพิเศษที่หมุนไปในหลายทิศทาง มีความพิเศษในการขจัดคราบฝังลึกและสามารถปรับสภาพผิวพรมให้้กลับมานุ่มฟูได้อีกครั้ง

4.ขั้นตอนในการฆ่าเชื้อโรค​

ในขั้นตอนสุดท้ายของระบบการซานิไทส์ อันเป็นกระบวนการลบล้างและดูดซับกลิ่นเหม็นฝังลึกอันเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัสสาวะ, อาเจียน, เชื้อรา / โรคราน้ำค้าง, มูลไรฝุ่น, ขยะและอื่นๆ โดยใช้ควบคู่กับ   สเปรย์โปเตม่า® ที่ได้รับสิทธิบัตรและการยอมรับในระดับสากล ฉีดลงบนพื้นผิว เพื่อฆ่าเชื้อโรคพร้อมยับยั้งการเจริญเติบโตของไรฝุ่น เชื้อโรคแบคทีเรีย ได้ยาวนานถึง 2-3 เดือน

พรมอาจเป็นจุดที่ดูไม่สกปรก แต่จริงๆ แล้วเป็นแหล่งซ่อนของฝุ่น ไรฝุ่น และเชื้อโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพ การดูแลและทำความสะอาดอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ หากต้องการความสะอาดล้ำลึกและปลอดภัยต่อคนในบ้าน การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญคือคำตอบที่ดีที่สุด

“ดี ไฮจีนิค” บริการทำความสะอาดพร้อมฟื้นฟูสุขอนามัยแบบครบวงจร เพื่อประสิทธิภาพการนอนที่ดีขึ้น ด้วยนวัตกรรมจากประเทศเยอรมนี

“ดี ไฮจีนิค” 💚  ยืนหนึ่ง‼ ด้านบริการทำความสะอาดพร้อมฟื้นฟูสุขอนามัยแบบครบวงจร ด้วยนวัตกรรมจากประเทศเยอรมนี🇩🇪  ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีสาขาทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ 👍
✅ บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ที่นอน พรม โซฟา ผ้าม่าน อันดับ 1 ของโลก ลิขสิทธิ์นำเข้าจากเยอรมนี
✅  ระบบและขั้นตอนที่ทันสมัย แห้งและปลอดสารเคมี 
✅ ได้รับการรับรองผลลัพธ์และความปลอดภัยจาก ECARF (องค์กรวิจัยโรคภูมิแพ้ยุโรป)
✅ มีบริการตรวจสอบปริมาณไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ฟรี หรือประเมินพื้นที่ก่อนให้บริการจริง
⠀⠀⠀

บทความที่เกี่ยวข้อง

Scroll to Top