ปอดอักเสบ เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างเเบบเฉียบพลัน เกิดได้จากเชื้อแบคทีเรีย, เชื้อไวรัส และเชื้อรา พบได้บ่อยในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่พักฟื้นในโรงพยาบาล สาเหตุของโรคมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มอายุและสภาพแวดล้อม โดยร่างกายจะได้รับเชื้อผ่านทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นปอดอักเสบมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนสูง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคนี้สูงกว่า
ปอดอักเสบสามารถเกิดได้ 2 สาเหตุ
ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เป็นการหายใจเอาสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น สารเคมีที่ระเหยได้ ฝุ่น หรือควันที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ
ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ เกิดจากการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อ ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อราจากมูลสัตว์ และแบคทีเรีย ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ และสภาพแวดล้อมรอบตัว
อาการเตือน “ปอดอักเสบ”
– มีไข้ หนาวสั่น มีไข้สูงและมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย แสดงว่าการติดเชื้อดังกล่าวนั้นอาจจะกลายเป็นการติดเชื้อที่ปอด
– ชีพจรเต้นเร็ว กว่า 100 ครั้งต่อนาที หากมีอาการดังกล่าวคงอยู่นาน แม้หลังจากหายไข้แล้วควรรีบไปพบแพทย์
– เจ็บหน้าอก มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกได้ เป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่าการติดเชื้อที่คุณเป็นอาจจะรุนแรงมากขึ้น
– ไอมีเสมหะ แสดงว่าอาจมีการติดเชื้อ และอาจทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้
– เสมหะมีเลือดปน สัญญาณหนึ่งที่แสดงว่าเสมหะนั้นออกมาจากปอด บ่งบอกว่าอาจจะเป็นปอดอักเสบ
– หายใจลำบาก เริ่มมีอาการหายใจลำบาก คุณอาจจะมีอาการของโรคปอดอักเสบ
การรักษาโรคปอดอักเสบ
การรักษาอาการจำเพาะ พิจารณาให้ยาขยายหลอดลมในกรณีที่ผู้ป่วยมีเสียงดังที่ปอด ให้ยาขับเสมหะกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้น้ำ และอาหารอย่างเพียงพอ ในกรณีที่ผู้ป่วยรับประทานอาหารไม่ได้ แพทย์จะพิจารณาให้อาหารทางสายยางเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเกิดภาวะขาดสารอาหาร นอกจากนี้ยังมีการบำบัดทรวงอก เพื่อช่วยขับเอาเสมหะออกจากปอดได้ดีขึ้น
การรักษาทั่วไป กรณีที่เกิดจากเชื้อไวรัสแพทย์จะรักษาแบบประคับประครอง โดยบำบัดทางระบบหายใจ เพราะไม่มียารักษา ส่วนในกรณีที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะใช้ยาปฏิชีวนะ โดยจะเลือกใช้ยารักษาตามเชื้อที่ผู้ป่วยได้รับ
โรคปอดอักเสบ เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจจึงอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นเราจึงควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไว้ก่อนเพื่อให้ร่างกายห่างไกลจากโรคร้ายที่อาจพรากชีวิตคุณและคนที่คุณรัก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: กระทรวงสาธารณสุข
นอกจากป้องกันเชื้อโรคนอกบ้านแล้ว การดูแลสุขอนามัยภายในบ้านก็สำคัญ
สะอาด ปลอดภัย ด้วยบริการจาก “ดี ไฮจีนิค”
“ดี ไฮจีนิค”
ยืนหนึ่ง
ด้านบริการทำความสะอาดพร้อมฟื้นฟูสุขอนามัยแบบครบวงจร ด้วยนวัตกรรมจากประเทศเยอรมนี
ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีสาขาทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ 
วิธีดูแลและฟื้นฟูหลังการรักษา
แม้ว่าเมื่อแพทย์ทำการรักษาโรค ปอดอักเสบ แล้ว อาการอาจดีขึ้น แต่กระบวนการฟื้นฟูและดูแลตนเองจากนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพื่อป้องกันอาการกำเริบหรือภาวะแทรกซ้อน:
- ดำเนินชีวิตแบบ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการทำงานหนักหรืออากาศเย็นจัดทันทีหลังหาย เพราะระบบภูมิคุ้มกันยังอ่อนแอ
- ดื่มน้ำมากขึ้น และรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง – ไฟเบอร์ และวิตามิน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อปอดและระบบภูมิคุ้มกัน
- หลีกเลี่ยงการอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่น ควัน ไอเสีย หรือสารเคมีระเหย เพราะเป็นตัวเร่งที่อาจกระตุ้นให้เกิดอักเสบของปอดซ้ำ
- หากมีอาการไอเรื้อรัง หรือมีอาการหายใจลำบากต่อเนื่อง ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำ เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น หลอดลมหดเกร็ง ถุงลมโป่งพอง หรือพังผืดของปอด
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไข้ขึ้นอีก ครั้ง, เหนื่อยง่ายขึ้น, เสมหะมีเลือดปน – ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- เมื่ออนุญาตโดยแพทย์เริ่มทำ การออกกำลังกายแบบเบาๆ เช่น เดินช้า ๆ แอโรบิคระดับเบา เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และช่วยขับเสมหะในปอด
- ปรับ สภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัยต่อปอด เช่น ใช้เครื่องกรองอากาศ ถอดผ้าม่าน / พรมที่เก็บฝุ่น ลง และหมั่นทำความสะอาดเครื่องกรองอากาศ หรือแผ่นกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจัยเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงและการป้องกันเพิ่มเติม
นอกเหนือจากวัคซีน และการรักษาแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกหลายประการที่ผู้ที่หายจากปอดอักเสบควรตระหนัก:
- การสูบบุหรี่ / การถูกควันบุหรี่มือสอง — สารพิษในควันบุหรี่ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ และลดประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อโรค
- มลพิษทางอากาศ / ฝุ่น PM2.5 — หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับฝุ่นสูงควรสวมหน้ากาก FFP2/KN95 เมื่ออยู่กลางแจ้ง และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายนอกอาคารช่วงค่ำคืนหรือวันฝุ่นมาก
- ภูมิแพ้ที่ไม่ได้รับการควบคุม — เช่น ไรฝุ่น / ไร / เชื้อราในบ้าน ซึ่งอาจกระตุ้นให้ระบบทางเดินหายใจไวขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดอักเสบซ้ำ
- การขาดวัคซีนป้องกันโรคทางเดินหายใจ — เช่น วัคซีนป้องกันเชื้อ Pneumococcus วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันโรคปอดอักเสบที่สำคัญ
ทำไมการดูแลบ้านและสิ่งแวดล้อมจึงมีความสำคัญ
บทความข้างต้นกล่าวถึงการรักษาตัวและวัคซีน แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ สภาพแวดล้อมภายในบ้าน ที่เราใช้เวลาส่วนใหญ่ เช่น ห้องนอน โซฟา พรม ผ้าม่าน ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราหรือสารก่อภูมิแพ้ – ซึ่งอาจกระตุ้นอาการทางระบบทางเดินหายใจให้กลับมาอีก และอาจเป็น “จุดเริ่มต้น” ของอาการปอดอักเสบได้อีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ การดูแลสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้สะอาด ปราศจากไรฝุ่น เชื้อรา ควัน และฝุ่น จึงช่วยลดภาระต่อระบบทางเดินหายใจของเรา และเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูสุขภาพปอดในระยะยาว
สรุป
แม้ว่าโรค ปอดอักเสบ (“ปอดอักเสบ”) จะได้รับการรักษาแล้ว แต่การดูแลอย่างต่อเนื่องทั้งทางร่างกาย และสิ่งแวดล้อม เป็นกุญแจสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาอีกครั้ง และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน – การฟื้นฟูอย่างระมัดระวัง และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพปอด จะช่วยให้คุณและคนในครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
